4 บทเรียน เรื่องวิ่ง กับ ‘นิ้วกลม’ สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์

การอัปเกรดตัวเองจากคนที่ไม่วิ่งมาก่อนเลย ไปจบมาราธอนได้ เรื่องนี้ทำให้เราเปลี่ยนแปลงตัวเราเยอะมาก เพราะได้ปลูกฝังนิสัยใหม่เข้าไปในตัว

บทเรียนที่ 001

จริงๆ แล้ว เราไม่ต้องไปถึงเส้นชัยทุกครั้งก็ได้นะ

แค่เอาตัวเองออกไปจากจุดเดิมๆ

ชายหนุ่มตรงหน้าผ่านมาราธอนมาแล้วหลายสนาม และเป็นชายคนเดียวกับผู้เล่าเรื่องวิ่งผ่านหนังสือเล่มหนา ‘Homo Finishers – สายพันธุ์เข้าเส้นชัย’

ตีพิมพ์ครั้งแรกเดือนมีนาคม 2561 ล่วงเลยมาถึงปัจจุบัน Homo Finishers ตีพิมพ์แล้วมากกว่า 10 ครั้ง บันทึกสู่มาราธอนแรกของพี่เอ๋ ย่อมมีส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้อ่านหลายคนออกไปซึมซับพื้นที่ใหม่ๆ ของชีวิต

แต่ที่รันนิ่งอินไซเดอร์เห็นว่าดีกว่านั้น คือ ข้อเขียนหลายร้อยหน้าอยู่เป็นกำลังใจให้ผู้อ่านลองพาตัวเองมาที่ “เส้น Start”

ใกล้ตามากกว่านั้นในทุกวัน หากได้ติดตามในเพจ #Roundfinger อย่างเป็นกิจวัตร นอกจากงานเขียนกลมกล่อมผลิตจากนิ้วมือกลมๆ มีอีกสิ่งหนึ่ง ที่พี่เอ๋มักทำเป็นทำเป็นประจำ นั่นคือ การวิ่ง


เมื่อถามว่าการวิ่งนั้นให้อะไรกับเขานิ้วกลมพาย้อนกลับไปถึงเหตุจูงใจนั้นด้วยเสียงที่คุ้นหู มีจังหวะของการคิด การทบทวนดังนี้

คุณสมบัติที่เรารู้กันว่ามันดี เช่น การมีวินัย ให้ความอดทน การสัญญากับตัวเองแล้วทำ การมีแพสชั่นแล้วผลักตัวเองไปให้ถึงจุดนั้น

สิ่งเหล่านี้ ผมรู้ว่ามันดี แต่เราทำไม่ได้ เพราะเรารู้แต่ทฤษฎี

แต่การวิ่งคือการเอาร่างกาย เอาชีวิตไปผ่านประสบการณ์ตรง วินัย อดทน กัดไม่ปล่อย เราต้องผ่านสิ่งเหล่านี้ไปด้วยตัวเอง พอผ่านไปได้มันก็จะอยู่กับเราไปเลย แต่ก็พร้อมจะหายไปเหมือนกัน ถ้าเราไม่ได้ปฏิบัติ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ทั้งหมดนี้ น่าจะแปลความสงสัยได้ว่าทำไมนักกีฬาสมัครเล่น (ที่จริงจัง) คนนี้ ถึงได้ลงสนามมาราธอนอย่างสม่ำเสมอ การพาตัวเองไปสู่จุดใหม่ที่ไม่ต้องใช่เส้นชัยก็ได้ อันนี้สำคัญ ไม่ต้องเข้าเส้นชัยก็ได้ แค่เอาตัวเองออกไปจากจุดเดิมๆ


บทเรียนที่ 002

ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรยากแค่ไหน

ก็แค่เดินหน้าไปเรื่อยๆ

ความรู้สึกนี้ฝังชิบเข้าไปอีกคนไม่ได้ วันนึงเราเจองานยาก มันจะนึกขึ้นมาเอง นึกถึงช่วงยากๆ ตอนวิ่งระยะไกล ช่วงที่เหนื่อย ทรมาน แต่เรายังมีความมั่นคงในเส้นทาง คือจะเคลื่อนไปข้างหน้าเรื่อยๆ ไม่เลิก ไม่หยุด

ความมั่นคงในเส้นทาง ในแง่จิตวิญญาณสำคัญมาก บนเส้นทางชีวิตจะมีเรื่องมากมายมาทำให้เราว่อกแว่ก มีอุปสรรค มีความทุกข์ผ่านเข้ามาเยอะแยะ ถ้าเรามั่นคงในเส้นทางเลือกแล้วว่าจะเดินบนเส้นทางนี้ เราก็เดินไปเรื่อยๆเพราะเชื่อว่าสุดท้ายแล้วมันจะพาเราไปถึงจุดหมาย แค่นั้นเอง ชีวิตอาจจะแค่นั้นนะ

โครงสร้างของการฝึกซ้อมเพื่อประสบความสำเร็จมันนำมาใช้ได้กับทุกเรื่องในชีวิตเลย แม้ตัวเราในวันนี้ทำอะไรอีกหลายๆ อย่างไม่ได้หรอก แต่มันทำได้ถ้าเราเริ่มเปลี่ยนตัวเองก่อนไปถึงจุดนั้น

เมื่อเรามีวินัยมากขึ้น ถ้าเราเอาจริงเอาจังกับมัน ถ้าเรากัดไม่ปล่อย เราสัญญากับตัวเองแล้วไม่ผิดสัญญา สิ่งต่างๆ เหล่านี้ถ้าคุณเอามาเรียงต่อกันมันแทบจะการันตีเลยว่า แม้ไม่สำเร็จ แต่คุณก็เก่งขึ้นแน่นอน ทำได้ดีขึ้นแน่นอน

อย่างน้อยที่สุดก็จะมีคนเห็นในสิ่งนี้แล้วมันก็จะทำให้มีคนมาซัพพอร์ตมาแนะนำ มาสอนเพื่อพาเราไปถึงจุดหมายแล้วเราจะทำสำเร็จในสิ่งที่เคยทำไม่ได้

การอัพตัวเองจากคนที่ไม่วิ่งเลยไปจบมาราธอน เปลี่ยนแปลงตัวเราเยอะมาก เพราะได้ปลูกฝังนิสัยใหม่เข้าไปในตัว


บทเรียนที่ 003

ก็เพราะมันอยู่ตรงนั้น

เมื่อผมถามพี่เอ๋ว่าทำไมต้องวิ่งมาราธอน? เขาก็ชี้ไปที่ข้อความหนึ่งในหนังสือ หิมาลัยไม่มีจริงมีนักข่าวมาสัมภาษณ์ *จอร์จ มัลลอรีว่าทำไมถึงอยากปีนเอเวอเรสต์คำตอบของเขาคือ ก็เพราะมันอยู่ตรงนั้น

“ก็เหมือนการวิ่ง”

เส้นชัยมาราธอน หรือเส้นชัยร้อยกิโลเห็นอยู่ว่ามันอยู่ตรงนั้น มีคนไปถึงนะ คนแก่กว่าเราก็ไปถึง เราอยากรู้ว่าตรงนั้นเป็นยังไง ความรู้สึกตอนไปถึงมันเป็นยังไง เมื่ออยากรู้ ก็ต้องไป

มาราธอนมันเปลี่ยนชีวิตเราจริงๆ เปลี่ยนในแง่ที่ว่ามันทำให้เรามีพลังขึ้น ทำให้เรามีวินัยขึ้น ทำให้เราผ่านความอดทนและเอาชนะตัวเอง ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า อย่ารีบเลิก ก็แค่ทำต่อไป

ปัจจัยที่ทำให้คนๆ นึงวิ่งมาราธอนได้มันอยู่ที่ทัศนคติ ถ้าเขาให้คุณค่ากับการวิ่งมาราธอนเห็นว่าสำคัญ ก็จบแน่ๆ
แต่ไม่จำเป็นว่าทุกคนจะต้องเห็นว่าสำคัญ ก็เหมือนทุกเรื่องถ้าเราเห็นว่าสำคัญก็จะทุ่มเทและทำได้จะมีแรงผลักไปถึงจุดนั้นแม้ว่าคนอื่นอาจมองว่าไร้สาระก็ตาม

ไม่ผิด หากบางอย่างในชีวิตเราจะลองตั้งเป้าหมายให้ใหญ่เกินตัว เพราะคนเราจะพัฒนาตัวเองต้องทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

พอตั้งเป้าหมายใหญ่กว่าตัวใจเราจะใหญ่ขึ้น ไปถึง อาจไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะเพียงแค่อยากไป แม้ไม่จบ ตัวก็ใหญ่กว่าตอนนี้แล้ว


บทเรียนที่ 004

เป้าหมายของการวิ่งถูกตั้งไว้

เพื่อบังคับให้ตัวเอง

รักษาคุณสมบัติที่ดีเหล่านี้เอาไว้

ถ้าพููดเหมือนธรรมะก็คือ นี่คือการปฏิบัติมันไม่เหมือนการอ่าน ถ้าสมมุติเลิกวิ่งไปปีนึงสิ่งเหล่านี้ ก็อาจจะค่อยๆ จางหายไปหมดไปจากชีวิตเราเลยก็ได้ วินัย ความอดทน กัดไม่ปล่อย นิสัยที่ดีๆ ทั้งหมดนี้หายไปได้เสมอ

จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมผมถึงลงมาราธอนอยู่เรื่อยๆ เพราะผมยังต้องการเก็บคุณสมบัติที่ดีเหล่านี้ไว้ผ่านการปฏิบัติ

การวิ่งอาจไม่ใช่สิ่งสำคัญของชีวิต แต่การวิ่งทำให้ชีวิตขับเคลื่อนไปได้ดีขึ้น เป้าหมายของการวิ่งถูกตั้งไว้ เพื่อบังคับให้ตัวเองรักษาคุณสมบัติที่ดีเหล่านี้เอาไว้

เราไม่จำเป็นต้องวิ่งมาราธอนให้ได้ผลลัพธ์ 3.30 ชั่วโมงก็ได้ แต่ถ้าเราตั้งเป้าไว้ เราจะได้ผลักดันให้ตัวเองมีวินัยในทุกการซ้อม อดทน ข้ามผ่านอุปสรรค เอาชนะตัวเอง สิ่งเหล่านี้สำคัญกว่าตัวเลข สถิติ และระยะทางทั้งหมด

และถ้าถามว่า…เรายังเก็บการวิ่งไว้ในชีวิตเพื่ออะไร

เพื่อ – “ปฏิบัติ”

เพราะสุดท้ายแล้ว การวิ่งก็บอกกับเราว่า…….. การวิ่งบอกกับคุณว่า………

โปรดเติมคำในช่องว่างตามการปฏิบัติใน ‘ระหว่างทาง’


ขอขอบคุณ พี่เอ๋-นิ้วกลม และสำนักพิมพ์ Koob มา ณ โอกาสนี้ครับ

Shopping Cart
There are no products in the cart!
Subtotal
฿
Total
฿
Continue Shopping
0