ทำอย่างไรให้วิ่งต่อเนื่อง มีวินัย ไม่ล้มเลิก

สร้างนิสัยยังไงให้วิ่งต่อเนื่อง มีวินัย ไม่ล้มเลิก  

การวิ่งแบบหยุดๆ ขาดๆ ต้องกลับมาเริ่มใหม่ มันเหนื่อยจนบางทีก็ท้อ

เคยเป็นไหมครับ วางแผนวิ่ง อยากมีวินัยกะตัวเอง ยิ่งยุคโซเซียลมีเดียแบบนี้ เห็นเพื่อนวิ่งได้ดี ได้เร็ว ไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว ทั้งความเร็วและระยะทาง

แต่เราล่ะหยุดไปพักใหญ่ต้องเริ่มใหม่อีกละ เหมือนไปต่อเข้าแถวใหม่ หน้าก็เบ้ และนอยด์เป็นธรรมดา

ตรงกันข้าม

การซ้อมวิ่งต่อเนื่อง คือ หัวใจที่ทำให้เราวิ่งดีวันดีคืน


การวิ่ง ยุติธรรมและเสมอภาค

ใครวิ่งต่อเนื่องได้ ยืนระยะ 6 เดือน หรือ 1-2 ปี จะเข้าสู่เพซความสุข วิ่งกันเพซสบายๆ (หัวใจไม่เต้นแรง ) หน้าตาสดใส ไม่เหนื่อยหอบ รูปร่างดี ความคิดก็ดีตาม

ที่สำคัญ เคล็ดไม่ลับของการผ่านมาราธอนแรก คือ การสร้างวินัยให้วิ่งได้ต่อเนื่อง แม้จะวิ่งไม่เร็วเท่ากับคนอื่น แต่ความสม่ำเสมอ คือ กุญแจดอกสำคัญ

ในโอกาสต้นปี เรามาลองดูว่าเทคนิคที่ทำให้วิ่งได้อย่างสม่ำเสมอ นั้นเป็นอย่างไร

เครดิตความรู้นี้ มีที่มาจากหนังสือขายดีของ คุณโคะบะยะชิ ทะดะอะกิเทคนิคทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้ต่อเนื่องสไตล์ชาวญี่ปุ่น สนพ.อัมริมนทร์

แอดเก็บความและเรียบเรียงผสมผสานไปกับประสบการณ์ของแอดมินที่วิ่งมาขึ้นปีที่ 9 แล้ว แต่ก็ยังต้องกระชับความต่อเนื่อง ความมีวินัยให้กับการวิ่งของตัวเอง เพราะรักจะวิ่งไปนานๆ


⦿ 1. การสร้างนิสัยให้ทำต่อเนื่อง

ต้องมาจากการเห็นคุณค่าการลงมือทำสิ่งนั้นเสียก่อน เพื่อนๆ ลองคิดดูนะ ว่าวิ่งแล้วเราสดชื่นเบิกบาน วิ่งแล้วน้ำหนักลดลง (คนชม) วิ่งแล้วเราจะไม่เป็นหวัด วิ่งแล้วจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่แข็งแรง เจ้าสาวที่สวย หรือมันดี คลายเครียดจากงานที่เราทำ เป็นต้น

🔖ข้อสำคัญ *คุณค่านี้ทางที่ดีต้องเป็นคุณค่าเฉพาะตัวของเราเอง ไม่หวือหวาตามใคร คุณค่านั้นจะอยู่ได้ยาวนาน

⦿ 2. นิสัย ก็คือ พฤติกรรม

พฤติกรรมมาจากความเชื่อมั่น เราต้องเชื่อมั่นว่า เรานะวิ่งได้ 3-4 วัน ต่อสัปดาห์ สบายๆ ไม่เห็นยากเลย

⦿ 3. คุณเอาแผนการออกจากหัวเดี๋ยวนี้

การทดวันซ้อมวิ่ง เป้าหมาย ระยะทางลงบนกระดาษ ให้มือได้ขีด. เขียน สมองได้เห็นภาพ visualize ตัวหนังสือ ก็คือ การป้อนข้อมูลให้พฤติกรรมที่ได้ผลดีเลิศ และพฤติกรรมที่ต่อเนื่องนั้นเองจะกลายเป็นนิสัยดี๊ดีๆ ของเราต่อไป

⦿ 4. ลงมือเลย

วอล์ท ดีสนีย์ เคยหล่นคำพูดว่าหากคิดจะเริ่มต้นสิ่งใด ต้องหยุดพูดแล้วลงมือทำนิสัยรักการวิ่งก็เช่นกัน ถ้าเอาแต่พูด แล้วไม่ลงมือทำเสียที วันเวลาก็ยิ่งผ่านไปนะเออ

⦿ 5. แบ่งเป้าหมาย

หนังสือคุณโคะบะยะชิ เขียนเรื่องนี้ได้ดี (หน้า 59) เขาบอกว่ายิ่งซอยเป้าหมายเป็นชิ้นเล็กๆ เท่าไหร่ จะยิ่งเริ่มต้นง่ายขึ้นเท่านั้นเป็นต้นว่า ย่อยชิ้นส่วนของการวิ่ง 60 นาที ออกมาครั้งละ 15 นาที ไ้ด้ 4 ชิ้นผ่านชิ้นที่ 1 ง่ายเลย เราจ็อกกิ้งเบาๆ ไปก่อน เริ่มเลยนะ ตอนที่เหลือชิ้นที่ 4 จะรู้สึกว่ามันเดี๋ยวเดียวเอง

🔖ข้อสำคัญ *โค้ชฝรั่งบอกแอดว่า ต่อให้เป็นช้างตัวใหญ่โต เรากินได้ทีละคำ การวิ่งก็เช่นกัน เคลื่อนที่ไปตามจังหวะก้าวของเรา ระยะทางมาของมันเอง ลองย่อยมันออกมาด้วยความสามารถของเราซิ

⦿ 6. ตัวช่วยที่เราไม่รู้ว่ามี

เราสร้าง Auto Mode ได้ โดยการปักหมุดช่วงเวลาและสถานที่เดิมๆ ที่เราจะวิ่งเอาไว้ ข้อนี้เหมือนเวลาเราขับรถกลับบ้านทางเดิมทางที่คุ้นเคย เราจะรู้สึกไม่ไกล ร่างกายกับสมองจะทำงานแบบ Auto Mode ช่วยเราได้จริง

⦿ 7. ต้องรู้ว่า อะไรคือส่วนที่ยากหรืออุปสรรคที่สุดแล้วรับมือกันมัน

เช่น นอนติดเตียงตื่นยาก ปรับเวลานอนเร็วขึ้น แดดร้อนวิ่งยาก ปรับเวลาวิ่งยามเช้าหรือยามเย็นหน่อย ที่วิ่งอยู่ไกลเดินทางเหนื่อย ก็ให้วิ่งจุดที่ใกล้ๆ ต้องมีบ้างละ

อย่าลืมว่ารสชาติของการเอาชนะอุปสรรคพวกนี้สนุกเหลือเกิน ที่สำคัญพอเรารู้วิธีปราบอุปสรรค รู้จักว่าเราแพ้ทางเรื่องอะไร แก้ไขได้ด้วย พฤติกรรมใหม่ก็จะเกิดขึ้นนั่นเอง เรามีเซ้นส์ของการเอาตัวรอดอยู่แล้ว แต่ไม่ยอมงัดออกมาใช้เท่านั้นเอง

⦿ 8. ถ้าไม่ได้วิ่งให้คิดถึงและแสนเสียดาย

ตามนี้เลยจร้า น่าเสียดายที่เวลา 1 ชม หรือ 45 นาทีของเมื่อเช้าถ้าเราออกไปวิ่งป่านนี้คงไม่นั่งอ้วนอยู่อย่างนี้แล้ว

⦿ 9. วันที่ไม่อยากทำ

ให้นึกถึงวันแรกที่ขมีขมันอยากทำ หรือข้อ 1.วันที่ไม่อยากทำ

ให้แยกแยะว่า นี่เป็นเพราะความรู้สึกหรือร่างกายไม่พร้อม ให้มีลอจิก คิดเป็นเหตุเป็นผล ถ้าร่างกายไม่พร้อมก็ให้พัก พักแล้วก็กลับมาใหม่

แต่ถ้าความรู้สึกไม่พร้อม ลองทำสมาธินิ่งๆ สัก 2 นาที ตัดสิ่งเร้าออกไป ให้อยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุด จูงใจด้วยผลลัพธ์ของการวิ่ง นี่เป็นสิ่งที่เราทำแล้วก็ได้กับตัวเองเองทั้งนั้นแหละ

⦿ 10. การล้มเลิกในตอนที่ผิดพลาดนั่นแหล่ะ คือ ความผิดพลาดที่แท้จริง

เพราะแค่ทำต่อไปเรื่อยๆ จะมีจุดที่ได้แก้ไข เรียนรู้และประสบความสำเร็จ ทุกวันนี้แม้เราเห็นคนออกมาวิ่งกันเยอะ แต่จำนวนที่เยอะไม่แพ้กัน คือ การล้มเลิก แน่นอนว่ามีหลายเหตุผล บาดเจ็บบ้างล่ะ วิ่งมานานแล้วยังไม่ผอม ยังเหนื่อยเท่าเดิม ฯลฯ

การล้มเลิก

มันปิดประตูการเรียนรู้ทุกบานเลยนะ

บางทีเราอาจจะแค่ขยับเป้าหมายใหม่ดีกว่าการหยุดทำไปเลยดีกว่าไหม เช่น แค่วิ่งเพื่อความสุขครั้งละ 30-45 นาทีไม่คิดถึงเรื่องความเร็ว แค่วิ่ง เพื่อเตรียมตัวไปเจอมื้อสำคัญและเบิร์นมันออก

ล้มเลิกไปเลย หรือออกแบบความสำเร็จใหม่ ถ้าอยากสร้างนิสัยให้วิ่งได้นานๆ ปรับเป็นอย่างหลังจะดีต่อใจ

⦿ 11. ประเมินผลงาน ให้รางวัล

การจะมีนิสัย ให้รักการวิ่งไปได้ตลอดนั้น เช่ือว่าแต่ละคนย่อมมี way ของตัวเอง การวิ่งต่อเนื่อง 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี ร่างกายจะมีพัฒนาการที่ดีแบบที่เขาหรือเธอจะรู้ได้ในตัวเอง ว่าดีกว่าไม่วิ่งเลย

การประเมินผล ให้รางวัล และขยับเป้าหมายที่ท้าทาย เป็นอาหารทางจิตใจที่ดี เช่น เมื่อวิ่งต่อเนื่องได้ 1 ชม.อยากจะไปลงมินิมาราธอน เมื่อน้ำหนักลด อยากได้กางเกงตัวใหม่

มนุษย์เรามีสัญชาตญาณเรื่องการหาความพึงพอใจให้กับตัวเอง ฟังก์ชั่นนี้เราหยิบมาใช้กับการออกกำลังกายได้

แต่ถ้าเราสปอยด์ หรือให้ท้ายกับรางวัลพวกนี้บ่อยหรือง่ายเกินไป อะไรที่ได้มาง่ายๆ พฤติกรรมเราไม่เปลี่ยนแปลงแน่ๆ


⦿ สรุป ⦿

นิสัยรักการวิ่งสร้างได้ เมื่อมีเป้าหมายที่จับต้องได้และลงมือทำไปทีละวัน


ไม่แปลกเลยที่วันนี้หลายๆ คน จึงเลือกการวิ่งมาราธอนเป็นปลายทางเพื่อพัฒนาขัดเกลานิสัยในระยะยาว มาราธอนเป็นชีวิตเสมือน ให้เราได้ผ่านอุปสรรคบ้าง ได้เรียนรู้บ้าง ชีวิตมีความกลมกล่อมกำลังดี

ในทางตรงข้าม พฤติกรรมคนเราจะว่าไปมันดิ้นได้ รักสบาย แต่การจะเป็นคนที่ดีขึ้น วิ่งสบาย วิ่งมาราธอนได้อย่างที่เราต้องการ เป็นยอดปรารถนา ย่อมไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ

ทว่ากฏทองของ เรื่องนี้ดีตรงที่ การสร้างวินัยในเรื่องนี้ ทำให้เรายิ่งวิ่งก็ยิ่งได้รับเรื่องดีจากการออกกำลังกาย

เหมือนที่หลายคนชอบพูดว่า การเล่นกีฬาสักชนิดต่อเนื่องเคียงคู่ชีวิตไป ย่อมไม่เคยสูญเปล่า มาสร้างนิสัยให้เราวิ่งกันนานๆ เถอะ และการวิ่งในปีที่ 2 ที่ 3 หรือที่ 5 จะมีเซอร์ไพร์สไปอีก

Shopping Cart
There are no products in the cart!
Subtotal
฿
Total
฿
Continue Shopping
0