นักกีฬาก็บริจาคโลหิตได้ performance ไม่ตก แถมยังมีโอกาสวิ่งเร็วขึ้นอีกด้วย!

ตอบคำถามนักกีฬาเรื่องการบริจาคเลือด 💞 คุยกับหมอพิ้งค์ คุณหมอนักวิ่งแห่ง The Part Time Doctor-วิ่ง ปั่น ว่ายกับหมอแล้วไปเที่ยวกันต่อ

เนื่องจากหลายคนไม่กล้าออกมานอกบ้าน แต่จุดรับบริจาคเลือดเค้ามีมาตรการป้องกันแน่นหนามากๆ ครับ เพราะหน่วยงานแพทย์ดูแลเองนี่นา ปลอดภัย หายห่วง

ในขณะที่เพื่อนๆ นักวิ่งหลายคนที่อยู่ในระหว่างซ้อม อาจะเป็นกังวล กลัวหมดแรง วิ่งช้า กำลังดรอปลง กลับมาซ้อมไม่ได้ จริงหรือเปล่า?

ครั้งนี้เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ พญ. ภาวิณี มณีไพโรจน์ (หมอพิ้งค์) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกันและเวชศาสตร์ชะลอวัย ในเรื่องการบริจาคเลือดสำหรับนักกีฬาที่หลายคนมีคำถามในใจ จนกลายเป็นกำแพงสูงใหญ่ทำให้ไม่กล้าออกไปบริจาคเลือดสักที

คุณหมอได้ตอบข้อสงสัยให้พวกเราตามนี้ครับ

ก่อนบริจาคเลือดต้องเตรียมตัวอย่างไร ต้องงดซ้อมวิ่งไหม?

การเตรียมตัวนั้นสำคัญ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ประมาณ 7 ชั่วโมงหรือเป็นการนอนที่รู้สึกว่าตื่นมาแล้วชดชื่น ไม่ง่วงตอนกลางวัน

การบริจาคเลือด 1 ครั้ง ผู้บริจาคจะเสียเลือดจำนวน 350-400cc หรือประมาณนม 2-3 กล่อง ประกอบด้วย สารน้ำ สารอาหาร เกลือแร่ รวมทั้ง ธาตุเหล็กที่ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียในช่วงแรก

ก่อนการมาบริจาคเลือดควรทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น เนื้อแดง อาหารทะเล ผักใบเขียว ถั่ว เพื่อช่วยลดอาการอ่อนเพลียหลังบริจาคเลือด

ในช่วง 2-3 วันก่อนมาบริจาคเลือด ควรเลี่ยงการซ้อมระยะ 10km ขึ้นไป ซ้อมเบาๆ ได้สัก 7km ในความเร็วที่ไม่มากนัก เพื่อเลี่ยงอาการอ่อนเพลีย และหากมีรู้สึกอาการเหนื่อยล้ากว่าปกติ ควรงดมาบริจาคเลือดก่อน

หลังการบริจาคเลือดมีผลอย่างไรต่อ performance ของนักวิ่งบ้าง?

นักวิ่งหลายคนอาจเข้าใจว่า หลังจากบริจาคเลือดทำให้กลับมาวิ่งได้ไม่ดี? แต่เราพบว่านักวิ่งส่วนใหญ่ที่บริจาคเลือด กลับไปซ้อมจะพบว่า กระฉับกระเฉงมากขึ้น วิ่งสนุก ทำได้เวลาดีขึ้นเฉยเลย

เอ้างง ความจริงแล้วเป็นอย่างไรกันแน่??

นักวิ่งชายส่วนใหญ่จะมีธาตุเหล็กสะสม ในร่างกายปริมาณมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ เกิดจากการทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง โดยเฉพาะในเนื้อแดง

ส่วนนี้ทำให้ร่างกายรู้สึกหนัก อ่อนล้าง่าย ไม่กระฉับกระเฉงเท่าที่ควร การเคลียร์เลือดหนึ่งครั้งกับการบริจาคแล้วรอให้ร่างกายผลิตขึ้นมาใหม่ ทำให้ปริมาณธาตุเหล็กในร่างกายมีความสมดุลมากขึ้น

นักวิ่งจะรู้สึกตัวเบาขึ้น วิ่งสนุก ทำเวลาได้ดีขึ้นกว่าเดิม แต่สำหรับนักวิ่งหญิงนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องธาตุเหล็ก เพราะพวกเราเสียเลือดทุกเดือนอยู่แล้ว

การดูแลตัวเองหลังบริจาคเลือด

คุณหมอแนะนำว่าในช่วง 3 วันแรกหลังจากการเสียเลือด ไม่ควรออกกำลังกายหักโหม ขับรถทางไกลนานๆ ควบคุมเครื่องจักรที่มีความซับซ้อนนัก หรือนำตัวเองเข้าไปอยู่ในที่เสี่ยง เนื่องจากเราเสียเลือด มีโอกาสวูบได้ในบางคน
(แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นฐานสภาพร่างกายของนักกีฬาแต่ละท่าน)

คิดซะว่าเราเพิ่งจบมาราธอนมาในวันที่บริจาคเลือด สิ่งที่เราควรทำคือพักผ่อนดื่มน้ำให้มากขึ้นกว่าปกติ เลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เลี่ยงกาแฟหรือคาเฟอีนไปก่อน งดอาหารที่มีน้ำตาลสูง เพราะจะทำให้เรายิ่งสูญเสียน้ำเข้าไปอีก

เมื่อผ่านไปประมาณ 3 วัน ร่างกายจะกลับมาฟิตปั๋งเหมือนเดิม แต่เรื่องนี้ก็ยังขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคนที่ฝึกซ้อมมาด้วย

สิ่งสำคัญที่นักกีฬาต้องพิจารณาทุกครั้ง

การฟังร่างกายตัวเอง ข้อนี้นักวิ่งเราจะทราบอยู่แล้ว คนที่ไม่เคยบริจาคมาก่อนเลย และอายุเยอะ อาจต้องพักนานกว่าปกติหน่อย ถ้าร่างกายอ่อนเพลียสุดๆ ควรพักประมาณหนึ่งสัปดาห แล้วค่อยกลับมาวิ่งใหม่

ส่วนมากแล้วจะกลับมาฟิตยิ่งกว่าเดิมอีกนะ


รียกว่าค่อนข้างเคลียร์คำถามในใจ ของนักวิ่งกับการบริจาคเลือดเลยทีเดียว
ครั้งนี้ต้องขอขอบคุณคุณหมอพิงค์มากๆ เลยครับ 🙏🙏

เรื่องอื่นติดต่อสอบถามได้ที่
ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย : https://bit.ly/2UtcTVt

Shopping Cart
There are no products in the cart!
Subtotal
฿
Total
฿
Continue Shopping
0